About Fencing

Print
Category: Thai Information
Published Date Written by Administrator

กีฬาฟันดาบ (Fencing)

15

กีฬาฟันดาบ เป็นศิลปในการเข้าทำและตั้งรับด้วยดาบหรืออาวุธที่มีลักษณะคล้ายกัน กีฬาฟันดาบสากลสมัยใหม่เป็นกีฬาที่ใช้แข่งขันที่ให้ความสนุกสนาน กฎและเทคนิคต่างๆ มีรากฐานที่พัฒนามาจากการใช้ดาบในสมัยโบราณที่ฝึกฝนเพื่อประสิทธิภาพในการรบ

En garde (อังการ์ด) เป็นคำบอก “เตรียมพร้อม” สำหรับนักกีฬาฟันดาบสากลโอลิมปิคเป็นคำที่ใช้สืบทอดเพื่อสร้างความตื่นตัวสำหรับนักฟันดาบสมัยกลาง ที่ต่อเนื่องเป็นประเพณีจนถึงยุคปัจจุบัน ในความเป็นจริงแล้วการรับและการตอบดาบของ Errol Flynn ในเรื่อง Captain Blood bear Little นั้นคล้ายคลึงกับการแข่งขันดาบสากลในโอลิมปิค ซึ่งนักกีฬาจะเล่นไปตามแผ่นพื้นที่กำหนด (สนามประลองดาบ) ต่อสายไฟไปยังเครื่อง
ให้คะแนนและสวมเสื้อผ้าป้องกันอันตราย

ดาบสากลเคยถูกเปรียบเปรยว่า หมากรุกที่ประกอบด้วยกล้ามเนื้อ เพราะว่ามีทั้งยุทธศาสตร์และการกีฬา

กีฬาฟันดาบสากลในกีฬาโอลิมปิคจะใช้หนึ่งในอาวุธสามชนิดในการประลอง ได้แก่ดาบฟอยล์ซึ่งเป็นดาบที่ยืดหยุ่นและเบาเป็นดาบที่เริ่มต้นสำหรับการฝึกฝนก่อนไปรบ การแทงจะใช้เพียงแค่ปลายดาบสัมผัสบริเวณลำตัวดาบเอเป้เป็นดาบที่วิวัฒนาการมาจากดาบที่ใช้ในการรบ การแทงต้องใช้ที่ปลายดาบเช่นเดียวกับดาบฟอยล์แต่สามารถทำแต้มได้ทั่วร่างกาย ดาบเซเบอร์เป็นดาบที่พัฒนามาจากดาบทหารม้าเป้าหมายคือครึ่งตัวด้านบนของลำตัว

ประวัติ 

ในสมัยยุคกลาง (ศตวรรษที่ 5 ถึง 15) ดาบถูกใช้เป็นอาวุธในเชิงรุกใช้สำหรับทำลายเกราะและเสื้อเกราะ ต่อมาใช้สำหรับการรบในระยะประชิดตัวหลังจากพ้นวิถีอาวุธปืน พัฒนาการของดาบนั้นดำเนินการโดยต่อเนื่องมีใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งเอเชียและยุโรป เมื่อเกราะขนาดใหญ่เริ่มที่จะล้าสมัย ดาบจึงถูกใช้เป็นอาวุธสำหรับการป้องกันตัวแต่ก็ยังดีพอ ที่จะนำไปใช้เป็นอาวุธในเชิงรุก ในศตวรรษที่ 16 ดาบชนิดเรียวตรงเริ่มเป็นที่รู้จักกันในอิตาลี ศิลปะการใช้ดาบเริ่มแพร่หลายอย่างรวดเร็ว อีกนัยหนึ่งดาบสั้นสองคม และโกร่งดาบได้ถูกพัฒนาให้มีส่วนหนาและบางเพื่อเป็นตัวแทนสัญญลักษณ์ของเกราะ และได้ถูกนำเข้า มาเป็นเครื่องมือพิสูจน์ความกล้าและเก่งดังเช่นอัศวินผู้กล้าในสมัยโบราณ โดยไม่ประสงค์ที่จะให้คู่ต่อสู้ ถึงแก่ชีวิตในสนามประลอง ในทางปฎิบัติทั่ว ๆไปแขนที่ไม่มีดาบคือแขนซ้ายจะปล่อยเป็นอิสระและ พยายามทำแขนที่ถือดาบเป็นตัวปิดป้องเป้าหมายให้เหลือน้อยที่สุด การใช้ดาบชนิดเรียวตรงและเทคนิค ดาบของอิตาลีได้แพร่หลายไปทั่วยุโรป เฉพาะในฝรั่งเศสและอิตาลีขนาดและรูปร่างของดาบชนิดเรียวตรงได้รับการปรับปรุงอย่างสม่ำเสมอ มีผลทำให้ความยาวและน้ำหนักถูกปรับแต่งจนจับถือได้สะดวกขึ้น

ในศตวรรษที่ 18 ดาบขนาดเล็กหรือที่รู้จักกันต่อมาในนามของดาบเอเป้ ได้ถูกสร้างขึ้นและแพร่หลายในฝรั่งเศส อาวุธชนิดใหม่นี้เป็นผลการรวมของลักษณะเด่นของดาบอิตาลีและฝรั่งเศส พัฒนาการนี้ทำให้ดาบเอเป้เป็นดาบที่ควบคุมการเคลื่อนไหวได้เป็นอย่างดี อิตาลีใช้ดาบชนิดเรียวตรงในการแสดงความกล้าหาญ การใช้เสียง ท่าทางที่ดูเข้มแข็ง ฝรั่งเศสใช้ดาบเอเป้ในลักษณะที่เป็นทางการมากๆ รูปแบบดาบของฝรั่งเศสเริ่มที่จะมีชื่อเสียงมากขึ้น กฎที่เป็นทางการส่วนใหญ่ที่ใช้ในการแข่งขันยุคใหม่และคำศัพท์ในรูปแบบต่างๆ ของดาบสากลจะใช้ภาษาฝรั่งเศส

ในศตวรรษที่ 19 การต่อสู้โดยทั่วไปเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ทำให้โรงเรียนสอนฟันดาบเปลี่ยนแปลงมาเป็นการสอนฟันดาบเพื่อการกีฬาอุปกรณ์ส่วนใหญ่ยังคงใช้ในรูปแบบเดิม มีการพัฒนาการใช้ถุงมือข้างที่ถือดาบ การใส่เกราะอ่อน(ปลาสตอง)ป้องกันและหน้ากากที่ถักด้วยเส้นตาข่ายเหล็ก

ดาบฟอยล์, เอเป้, เซเบอร์

อาวุธในกีฬาฟันดาบสากล

 

foil-red epee-red

sabre-red

ดาบฟอยล์

ดาบเอเป้

ดาบเซเบอร์


อาวุธทั้งสามชนิดถูกใช้ในกีฬาฟันดาบลสากลยุคปัจจุบัน ดาบฟอยล์,ดาบเอเป้ และดาบเซเบอร์ ใบดาบของดาบเหล่านี้ทำมาจากเนื้อเหล็กที่ยืดหยุ่น ใบดาบมีความยาวสูงสุด 89 เซนติเมตร (35 นิ้ว) น้ำหนักสูงสุดสำหรับดาบฟอยล์และดาบเซเบอร์ประมาณ 500 กรัม (ประมาณ 17.6 ออนซ์) ดาบเอเป้ประมาณ 770 กรัม (ประมาณ 27.2 ออนซ์) โดยเริ่มต้นพัฒนามาจากอาวุธที่ใช้ในการฝึกฝนและใช้ในการกีฬา ดาบฟอยล์มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่น เป็นอาวุธที่ใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการฝึกฝน โดยทั่วไปแล้วจะใช้สอนแก่นักฟันดาบที่เพิ่งเริ่มเล่น การทำแต้มโดยการแทงด้วยปลาย ใบดาบเมื่อภาพตัดขวางจะเห็นเป็นรูปสี่เหลี่ยม ดาบเอเป้ยุคใหม่พัฒนามาจากดาบฝรั่งเศสขนาดเล็กเหมือนกับดาบฟอยล์ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้แทง แต่จะมีลักษณะใหญ่กว่า หรือมีโกร่งดาบที่แตกต่างกันออกไป มีน้ำหนักมากกว่าและมีโครงสร้างที่แข็งแรงกว่า

ด้าม หรือ กริ๊ป (Grips)

สำหรับด้ามหรือที่เรียกกันว่ากริ๊ปตามภาษานักดาบ ดาบฟอยล์และดาบเอเป้จะมีลักษณะหลาย ๆ อย่างที่คล้ายกัน การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับ ลักษณะของแต่ละบุคคล ด้ามจับของฝรั่งเศสจะโค้งเล็กน้อย และที่ปลายจะมีตุ้มกลมๆ ด้ามจับแบบอิตาลีเป็นลักษณะคล้ายไม้กางเขนเป็นด้ามแข็งพันด้วยหนังและมีร่องนิ้วมือคล้ายกับด้ามปืนดาบเซเบอร์ สมัยใหม่ถูกพัฒนามาจากอาวุธที่ใช้เป็นทางการของทหารม้า กริ๊ปของดาบเซเบอร์จะมีลักษณะตรง โกร่งดาบมีลักษณะโค้งล้อมรอบมือ ใบดาบเมื่อมองภาพตัดขวางจะเป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายดาบเอเป้

การเข้าทำและการตั้งรับ

การแทงและการรับ

เทคนิคที่แตกต่างกันระหว่างดาบทั้งสามชนิดนี้ แต่พื้นฐานโดยทั่วไปจะมีลักษณะคล้ายกัน ท่าทางในการเข้าทำและตั้งรับเริ่มแรกจะมีพื้นฐานจากท่า En - Guard โดยย่อเข่าทั้งสองข้างลักษณะ ที่ยืดหยุ่นได้ แขนหลังงอขึ้นข้างบน และแขนที่ถือดาบยื่นไปข้างหน้าในทิศทางตรงกันข้าม การเข้าทำ พื้นฐานคือการแทง ปฏิบัติโดยใช้มือที่ถือดาบแทงไปยังเป้าหมาย และยื่นขาไปข้างหน้า การเข้าทำจะได้แต้มถ้าแทงไปถูกพื้นที่ที่เป็นเป้าหมาย ในดาบฟอยล์การสัมผัสไปยังลำตัวถือว่าได้คะแนน สำหรับการแข่งขันดาบเอเป้ ทั่วร่างกายจะเป็นคะแนนทั้งหมด เป้าหมายตั้งแต่ศีรษะจรดถึงปลายเท้า ในดาบเซเบอร์พื้นที่ที่เป็นคะแนน คือส่วนบนของร่างกายที่เหนือเส้นสมมุติที่เรียกว่าเส้นอานม้า (Saddle Line) วาดขวางเหนือบริเวณตะโพกขึ้นมาถีงศีรษะ รวมแขน และลำตัวไว้ด้วย การทำแต้มโดยการแทงและฟันด้วยอาวุธ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นการฟันด้วยใบดาบมากกว่า

epeefen
foilfen
saberfen
ดาบเอเป้
ดาบฟอยล์
ดาบเซเบอร์

 

การเคลื่อนไหวของใบดาบในการป้องกันการเข้าทำเรียกว่า การรับดาบ (Parry) ดาบสากลมี ส่วนหลักๆ อยู่ 8 ประการในการรับดาบ กำหนดด้วยจำนวนตัวเลขฝรั่งโบราณ

Prime (1) Seconde (2) Tierce (3) Quarte (4) Quinte (5) Sixte (6) Septime (7) Octave (8)

การรับและตอบดาบจะถูกกำหนดในการป้องกันส่วนต่าง ๆของเป้าหมายเพื่อต่อต้านการเข้าทำ การตอบดาบ (Riposte) เป็นการโต้ตอบการแทงทันทีที่มีการรับดาบนักดาบผู้ซึ่งเข้าทำจะใช้การเข้าทำที่แตกต่างกันตามชนิดการเคลื่อนไหว 1 ใน 8 ท่าหลักหรือผสมเพื่อเป็นการหลอกล่อ การรับดาบก็เช่นเดียวกัน การเข้าทำอาจเริ่มอย่างง่าย ๆโดยการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียว การแทงหรือการฟันด้วยใบดาบและจะต้องถูกเป้าหมาย นักดาบที่เป็นฝ่ายตั้งรับจะต้องสามารถรับดาบได้เป็นอย่างดี การเข้าทำแบบผสม คือการเคลื่อนไหวใบดาบสองทิศทางหรือมากกว่า โดยการเคลื่อนไหวครั้งแรกเป็นการลวง เป็นการชี้นำในการรับดาบและค่อยลงดาบในด้านตรงข้าม เทคนิคอีกอย่างคือการลวงด้วยใบดาบ อาจจะทำให้เปิดโอกาสในการเข้าทำ การวิ่งเข้าทำหรือแฟล็ต (Fleche)อาจเป็นการจู่โจมคู่ต่อสู้ ผู้เข้าแข่งขันภายใต้การเข้าทำอาจใช้วิธีในการหยุดด้วยการแทง (Stope - Thrust)และตอบโต้การเข้าทำในทันทีด้วยการสกัด (การฟัน) โดยไม่ใช้การแทง

เบ้าส์ (Bout)

ประกอบด้วย แผ่นพื้นกว้างประมาณ 1.5 ถึง 2 เมตร (4.9 ถึง 6.6 ฟุต) และยาวประมาณ 14 เมตร (46 ฟุต) ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการ จะมีสายไฟฟ้าต่อกับดาบที่นักกีฬาถืออยู่และต่อไปยังเครื่องตัดสินไฟฟ้า เมื่อมีการได้แต้มจะมีไฟแสดงเป็นสัญญาณว่ามีการทำแต้มเกิดขึ้น ดาบไฟฟ้า ถูกสร้างขึ้นเพื่อง่ายต่อการตัดสินโดยใช้จำนวนครั้งในการแตะหรือสัมผัสเป็นการตัดสินในแต่ละเบ้าส์ (Bouts)ของการแข่งขัน ในดาบฟอยล์ และดาบเซเบอร์ กรรมการจะพิจารณาสิทธิในการเข้าทำเพื่อตัดสินในการให้คะแนนด้วย

strip

องค์การจัดการแข่งขัน

ดาบสากลได้เป็นกีฬาชนิดหนึ่งในกีฬาโอลิมปิคตั้งแต่ปี พ.ศ. 2439 ดาบเอเป้ เป็นหนึ่งในกีฬา 5 ชนิดในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค การแข่งขันนานาชาติถูกควบคุมโดย Federation Internationale d Escrime (สมาคมดาบสากลนานาชาติ) การแข่งขันชิงแชมป์โลกกำหนดให้มีการแข่งขันประเภททีมและบุคคลในแต่ละดาบ สำหรับในประเทศไทยการจัดการแข่งขันจะจัดในระดับมหาวิทยาลัย,อุดมศึกษา,โรงเรียนทหาร-ตำรวจ และระดับชาติ โดยมีพื้นฐานการจัดโดยสมาคมฟันดาบสากล การจัดการแข่งขันที่เป็นทางการคือการแข่งขันกีฬาดาบสมัครเล่นชิงแชมป์ประเทศไทย

การนับคะแนน

นักกีฬาฟันดาบจะทำแต้มโดยการ “สัมผัส” หรือ “แทง” เมื่อเข้าทำบริเวณตำแหน่งที่เป็นเป้าหมายของอาวุธนั้น ๆ ไฟบนเครื่องให้คะแนนเป็นสิ่งบ่งบอกถึงการเข้าทำว่าถูกต้องหรือไม่ ในรอบคัดเลือกซึ่งจัดแบบสายการแข่งขัน (Pool) นักดาบที่ทำแต้มได้ 5 แต้มก่อน (หรือนำอยู่) ภายในเวลา 3 นาทีจะเป็นผู้ชนะในเบ้าส์นั้น ส่วนในรอบ Eliminate หรือแพ้คัดออกนั้น ผู้ชนะจำเป็นต้องทำคะแนน 15 แต้มหรือเป็นผู้นำในการแข่งขันหลังจากจบการแข่งขัน 9 นาที

2011. Copyright: Royal Thai Navy Fencing Club
By: Fresh Joomla templates